Malinee's profileMARSPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 06 เรื่องเศร้า6 เมษายน 2552
หลังกลับจากทริปเที่ยว
ก็ได้รู้ว่าได้สร้างความลำบากใจให้กับคนรักของฉัน
เราไม่เข้าใจกัน
ฉันพึ่งรู้ว่าได้สร้างความลำบากใจกับเค้าไว้เยอะเหลือเกิน
ฉันคงต้องได้รับโทษแล้วละ
3ชั่วโมง37นาที ที่คุยกันไปเมื่อคืน
ตีห้า 12 ที่วางสายไป
ฉันพยายามข่มตานอน เนื่องจากพรุ่งนี้มีสอบ
สิบโมงเช้า ฉันตื่นมาอ่านหนังสือ
เมื่อจบ ก็เปิดโน๊ตบุ๊คเล่นไฮไฟ้
มันน่าหดหู่
ฉันเปลี่ยนเพลง เปลี่ยนสมุดบันทึก เปลี่ยนสถานะ
แตสิ่งหนึ่ง ที่ยังทำใจไม่ได้คือ ลบรูปภาพทั้งหมดและปลดเธอจากท๊อปเฟรน
ฉันได้แต่ภาวนาว่า ...เธอจะกลับมาหาฉันอีกครั้ง
เธอบอกว่าเธอรักฉัน
แต่เธอก็บอกเลิกกัน
หรือการเลิกกันแบบนี้มันดีแล้ว เลิกกันทั้งที่ยังรัก เราก็ยังเป็นมิตรกัน
แต่ มันก็ยากที่จะลืมเช่นกัน
ต่อไปนี้ ฉันคงกลายเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวแล้วสิ
การมาอยู่ไกลบ้าน มันน่าเศร้าแล้ว
แต่การขาดที่พึ่งทางใจมันเศร้ากว่า
ต่อจากนี้คงจะเหงา อยู่คนเดียว
ก็จะสู้ต่อไป จะพยายามอยู่คนเดียวให้ได้ และจะไม่ทำอย่างก่อนๆที่เคยทำมา
ทริปลืมทุกข์เที่ยงคืน สองนาที
รู้สึกแย่ เมื่อได้เปิดไฮไฟ้ของคนบางคน
คนเราก็เนอะ ฉันก็ไม่รู้ว่าเค้าทำสิ่งนั้นเพื่ออะไร
มันคงมีความสุขมั๊ง ...
ถ้ามึงคิดว่ามึงทำแบบนั้น แล้วมึงจะมารู้อะไรในตัวกุได้
.....มึงคิดผิดแล้วละ.......
เที่ยวแอดคนนั้นคนนี้ หวังว่าเธอ คงจะได้ในสิ่งที่เธอหวังหรอกนะ
อารมณ์เสียเล็กน้อย
..............................................................................................
สองวันแล้ว ที่ชีวิตตกอับมากกกกกกกกกก
สมัครงาน ...ไม่ได้
เกรดห่วย....มาก
เเม่ด่า
ตังหมด
น้ำไฟกำลังจะตัดเพราะไม่ได้จ่ายมาสามเดือน
ไปเที่ยวตังหมดแล้ว
ท้อแท้มาก คิดอะไรไม่ออก ตัดสินใจไม่ไปเที่ยวตามที่ตกลงไว้
สุดท้ายไอกอก็ลากไปจนได้
ซวยอีก อยากจะตื่นตีห้ากลับรถตู้รอบหกโมงเช้า
ตั้งนาฬิกาปลุกที่มือถือไว้ แบตเสือกหมด ส่วนของไอใหม่ตั้งสั่น......ความซวยหมายเลข 1
สุดท้ายกว่าจะได้ออกจากหัวหินปาไป แปดโมงเช้า
เศร้าเลย นัดเลื่อนไปสองชั่วโมงแน่ๆ
นั่งรถตู้ วิ่งฉิวตรงไปอนุสาวรีย์ รีบต่อด้วยรถตู้สระบุรี
เสือกมีม๊อบขยะมาตั้งที่หินกอง ลุงขับรถตู้ต้องพาอ้อมไปเส้นทางหลังหินกอง
เริ่มแรกที่เส้นหนองแค ลุงก็ไม่รู้ทางและ ฉิบหาย....ความซวยหมายเลข 2
นั่งมาในรถ อย่างกับนั่งมากับคณะทัวร์ แถวหน้า ลุงๆป้าๆ
หลังฉันเป็นพวกอีเด็กเปรต ดูหนังก็รู้แล้วว่า "บ้านนอกพอๆกันกะกุเนี่ยเเหละ"
ถามตลอดทาง
"นกนั่นนกอะไรอะ นกกระยางเหรอ แล้วเค้ากินกันไม๊อ่ะ ขายาวเนอะ ไม่ใช่นกกระเรียนเหรอ" ( นกกระเรียนพ่อเมิงดิ , บ้านแม่เมิงแดกนกกระยางด้วยเหรอ)
"ดูนั่นดิ หลินหุ้ย (ชี้ไปที่ควายกลางทุ่งนา) เราก็ต้องมองให้มันดูดีไว้ จะได้ไม่น่าเบื่อ"
"ทุ่งนาสวยจังเลย" (สาบานดิ ว่าเมิงไม่เคยเห็นทุ่งนา)
"คนแถวนี้เค้าคงแปลกใจเนอะ รถติดเต็มเลย ตื่นตาตื่นใจกันน่าดู" (กุอยากรู้จริงๆว่าใครจะชอบว่ะ ถนนหน้าบ้านรถติดยาวเป็นกิโล อีบ้า)
"กันดานเนอะ" (เอออ บ้านมึงเจริญ)
"ที่นี่ที่ไหนของประเทศไทยเนี่ย" (ป่าหิมพานละมั๊ง)
บลาๆๆๆๆๆๆ
ได้ยินแล้วหงุดหงิด ห่าเอ้ย ยิ่งหงุดหงิดรถติด ร้อนก็ร้อน ปวดขี้อีก เลื่อนนัดเพื่อนมานานแล้วเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยย
บ่ายโมง ลงรถตู้ มายืนรอออยแหมบ หน้าร้านเหล็กไทย
ออยหอบข้าวปลาอาหารมาให้ด้วย ดีมากออยเมียรัก
ซักพักกอก็ขับรถมารับ
กูก็โง่อีกไม่ทันมองว่ารถสี่ประตู เสือกไปเปิดประตูข้างคนขับ ไอมาร์คน้องไอกอก็งงเลย ฮ่าๆๆๆ
พี่ขอโทษนะน้อง พี่มันไม่ฉลาดเอง
ปล หลายรอบแล้วกับรถสี่ประตู ฮ่าๆๆๆ ไม่เลิกควายซักที
แก้มซื้อเครื่องซักผ้าอยู่โลตัสกับแม่และน้องชาย
เลยเข้าไปซือของกินกัน รวมตังคนละสองร้อยบาทถ้วน
ซื้อหมดไปสามร้อยกว่าบาท ได้ขนมเต็มคันรถ
เดินทางต่อไปบ้านแก้ม ซื้อข้าวเหนียวไก่ย่าง ส้มตำ ตามสูตรเลยไปน้ำตกต้องแดกแบบนี้ทุกที
อยากบุกเบิกเเดกเย็นตาโฟบ้างงะ ฮ่าๆๆ
หอบข้าวหอบของขึ้นรถ
รถกอ : กอ มาร์ค ออย มาร์
รถแก้ม : แก้ม ใหม่
บึ่งรถไปน้ำตกริมธาร
ไปถึงก็นั่งแดกๆๆๆๆๆๆ อิ่ม เปลี่ยนเสื้อผ้าเล่นน้ำ น้ำเย็นมากกกกกกกกก ดำมากกกกกกก อย่างกะน้ำคลอง เพราะฝนพึ่งจะตกไป
ขึ้นจากน้ำมาถ่ายรูปเล็กน้อย นั่งฟังดนตรี
ข้างหลังเป็นวงเด็กแว๊น เพื่อนแก้ม ร้องเพลงดีดกีต้าเสียงดังมากกกก
ข้างหน้าเป็นวงลุงๆออกแนวคาราบาว เมากึ่มๆ ร้องเพลงดังฮึ่มๆ
ช่างเป็นดนตรีสดที่ไม่น่าฟังที่สุด
ฝนตก....ขึ้นรถเปลี่ยนเป็นชุดแห้ง
อยากบอกว่า ตลอดทาง คันตูดมากกกกกกกกกก ไม่กล้าเกา อายๆฮ่าๆๆๆ
ไปศุภาลัย ป่าสักรีสอร์ท ทางคดเคี้ยว ไกลมากก สองข้างทาง มืดตื๋ออ
และแล้วก็ถึง บ้านหลังที่ 41
บ้านสวยมากกกก น่าอยู่ดี ขอบคุณออยเเหมบกับสถานที่ที่แสนน่าพัก
อาบน้ำแต่งตัว ออกไปกินข้าวโต้รุ่งแก่งคอย
คือ กุแต่งกันเต้มยศ เพราะเมิงๆทั้งหลายบอกว่า เด็วพาไปเที่ยวงานในเเก่งคอย
สุดท้าย แดกเย็นตาโฟที่โต้รุ่ง เริศมากกกกกกกกกกกกกกก
ตอนนี้มีรถเพิ่มเป็นคันที่สามเเล้ว รถเล้ง
เล้ง มาเพิ่ม ต่อด้วยกอล์ฟ
สนุกสนานดี
มีแต่เพื่อนๆสมัยมัธยมต้นทั้งนั้น ตอนนี้เลยมีสมาชิกครบคือ 8 คน
กอ มาร์ค(น้องกอ) เล้ง กอล์ฟ มาร์ ออย ใหม่ แก้ม
ขับรถกลับที่พักพร้อมเหล้า โซดา น้ำแข็ง
ผู้หญิงดูเดอะ สตาร์
ผู้ชายเล่นไพ่กินเหล้า แต่ที่ซวยสุด เห็นจะเป็นกอ ซวยเหลือเกิน ดื่มนับสิบแก้ว คุ้มจริงๆ
เที่ยงคืน เล้งกลับบ้าน
สมาชิกที่เหลือ เล่นสล๊าฟ เม้าแตก แดกหนม แล้วเข้านอน
3 ห้องนอน
ห้องที่ 1 แก้มกะใหม่
ห้องที่ 2 มาร์ค กะกอ
ห้องที่ 3 มาร์กะออย
ห้องโถง กอล์ฟ <---น่าสงสารเลย เตียงก็ไม่มี T.T
เจ็ดโมงเช้า ตื่นออกมาส่งแก้มกลับบ้าน
แล้วทุกคนก็หลับต่อ
เก้าโมง ทยอยกันอาบน้ำทีละคน
เที่ยงเก็บของเตรียมออก และถ่ายรูปหลายสิบรูป
บ่ายโมง ไปบ้านกอล์ฟ แล้วไปกินข้าวที่ร้าน ว่าวไทย
เมนู : ไก่บ้านทอดเกลือ แกงส้มชะอมกุ้ง กุ้งชุบแป้งทอด ปลาสามรส ข้ามต้ม ข้าว 1 โถกับอีกสามจาน น้ำสี่ขวด
หกร้อยกว่า -----> กอล์ฟเลี้ยง "เอาน่า นานๆเจอกันที" ซึ้งเลย T.T
กินเสร็จ ส่งกอล์ฟที่บ้าน หวัดดีร่ำลาๆ
เดินทางกลับตัวเมืองสระบุรี
ส่งออย + แวะฉิ่งฉ่อง
แล้วก็ร่ำลากอ และมาร์ค จากนั้นสองสาวมาร์ ใหม่ก็เดินทางกลับหัวหิน (แค่คิดกุก็เหนื่อยแล้ว)
ได้เบาะหลังสุด น้ำตาแทบตกใน
ฝนตกตลอดทาง
ปวดเมื่อยทั่วร่าง
มือถือก็เเบตหมด
ถึงอนุฯนั่งรถตู้ต่อจนถึงหัวหิน
กินข้าว
อาบน้ำ นอน
.............................................................................................
ขอบคุณ
มาร์ : ที่เป็นแม่งานในครั้งนี้ ที่เกือบจะทำให้งานล่ม ขอบคุณที่คอยประสานงานเพื่อนๆ และเกือบทำให้เพื่อนๆเก้อ
ออย : ที่ซุกหัวนอนแสนจะน่าอยู่ น้ำไฟ ฟรี อีกทั้งยังเป็นเหรัญญิกเก็บเงินเพื่อนๆ สรุปหมดไปคนละ 300 ถ้วน
กอ : คนขับรถ ตลอดเส้นทาง เหนื่อยแย่เลยสิ แต่หวังว่าคงเหนื่อยอย่างมีความสุขนะ
แก้ม : ข้าวของอุปกรณ์ต่างๆ กระติก เสื้อผ้า รถรา
ใหม่ : ลูกทัวร์ที่ดี เที่ยวเฮฮาอย่างมีความสุข รู้ว่ามีความสุข แต่เลิกถ่ายรูปทำหน้าแบบนั้นด้วยนะ ฮ่าๆๆๆ
มาร์ค : น้องที่ขี้อาย หัวดี เเป๊บเดียวก็เล่นสล๊าฟเป็นโดยที่ไม่ต้องสอนหลายๆรอบ
เล้ง : มาเป็นสมาชิก ให้การเที่ยวครึกครื้น ผู้จุดประกายวงเหล้าไพ่ป๊อก
กอล์ฟ : อาหารมื้อสุดท้ายแสนอร่อย และเพิ่มความสนุกสนานให้กัน
เจอกันใหม่โอกาศหน้า จะวางแผนให้ดีกว่านี้
สนุกมาก ความท้อเเท้หายไปหมดสิ้น
ปล กลับหัวหิน กุท้อแท้เหมือนเดิมเลย และพอคิดถึงเรื่องเที่ยว กุก็มีความสุขมาก
ขอบคุณจากใจ
รักเพื่อนพ้อง
มาร์
กอล์ฟ มาร์ ใหม่ ออย กอ ไม่มีแก้มและเล้ง เพราะชิ่งกลับบ้านไปก่อน หน้าตาแบบนี้ เลิกซะนะใหม่นะ
ร่ำลา H041 ศุภาลัย ป่าสักรีสอร์ท แก่งคอย สระบุรี
April 03 สาวหระรีแสนต๊อแต๊ท้อแท้ มันท้อเเท้ใจเหลือเกิน
ชีวิตช่างโหดร้าย
อะไรที่หวังก็ไม่เป็นดั่งหวัง
เสียจัยอย่างสุดซึ้ง
.............................................................................................
สมัครไปทำงานสุวรรณภูมิ อยากมากๆๆๆๆ แต่ตอนแรกไม่อยาก เพิ่งมาอยากตอนหลัง
แต่มันไม่ติดแล้ว
แง๊ๆๆๆๆๆ
ฮิม ช่วยส่งกลอนเน่าๆมาปลอบกุหน่อยดิ
เทิ้ม ช่วยพูดให้กะลังใจหน่อย
แม่ อย่าตอกย้ำนู๋นะ
พ่อ นู๋อยากได้งานนี้
แง๊ๆๆๆๆๆ
มันท้อแท้ อยากไปต่างประเทศสาดๆ กลับมาจะเอาให้พูดภาษาอังกิจเป็นไฟเลย ห่า!!!
จบ เครียดมาก แต่ไม่เท่าตอนแรก March 31 ตัวคนเดียวกลับมาสู่โลกของความเปนจริง
ชีวิตของนักศึกษา...ตัวคนเดียว
ความรู้สึกที่รู้ว่า การอยู่คนเดียวลำพัง มันแย่มาก
เศร้ามากจริงๆ
ตื่นมาวันนี้สิบโมงกว่า พ่อโทรมาปลุกให้อาบน้ำแต่งตัว เพราะวันนี้ต้องกลับหัวหินแล้ว
ยังงัวเงียไม่อยากตื่น
นอนไม่หลับมาหลับหลายคืนแล้ว
ออกจากบ้าน 11.30 เดินทางคนเดียว นั่งข้างหน้าต่าง นอนไม่หลับ ตามองสองข้างทางตลอด
หยิบมือถือขึ้นมาดูรูปรอบที่สามร้อยกว่า
ฝนก็ตก
คิดถึงเทิ้ม T.T จะร้องไห้ก็ไม่ได้อายคนข้างๆ
ถึงอนุฯ วิ่งตากฝน หอบของพะรุงพะรัง โธ่ ชีวิต
อยากจะร้องไห้
ถึงหัวหิน สี่โมงครึ่ง เข้าห้องมา หง๋อยเหงา
โทรหาพ่อ ว่าถึงแล้ว เท่านั้น
สี่ทุ่ม ออนเอ็ม เทิ้มทักมา แต่เราก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก
ทุกข์หนักเข้าไปใหญ่
โธ่ นวลจ๋า T.T
wait30 มีนา 52
วันนี้เป็นวันที่สองแล้วนะ ที่เราไม่ได้คุยกัน ฉันไม่ได้ยินเสียงเธอเลย ไม่มีแม้แต่ข้อความจากเธอ สี่ทุ่มของวันนี้ นวลนั่งดูหนังอยู่กับแม่ ตาไม่ได้จดจ้องอยู่ที่จอทีวีเลย มันกลับมองขึ้นไปบนนาฬิกาที่แขวนอยู่ เวลาของเรา... แต่ป่านนี้เธอคงจะนอนหลับแล้วเพราะเธอต้องทำงานกะเช้า หลายครั้งที่คิดอยากโทรไปหาเอกพล
อยากรู้อยากถามเรื่องเธอ แต่ฉันก็ใจแข็ง พยายามที่จะไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เธอหายไปอย่างนี้ เธอจะคิดถึงฉันบ้างไหม
หรือฉันจะเป็นฝ่ายคิดถึงเธออยู่ฝ่ายเดียว นี่ขนาดเธอยังไม่จากฉันไป ฉันยังเสียใจมากขนาดนี้ ถ้าวันนึงเราต้องเลิกกันจริงๆ ความรู้สึกเสียใจ มันคงจะมากทีเดียว ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เธอคิดทบทวนเรื่องของเราไปถึงไหนแล้ว
หรือเธอลืมแล้วว่ามีคนกำลังรอเธออยู่ หรือเธอสนุกสนานกับชีวิตของเธอ จนไม่เห็นความสำคัญของฉันแล้ว เธอ...กลับมาเถอะนะ กลับมาพูด กลับมาคุยกันเหมือนเดิมเถอะ
พรุ่งนี้ฉันต้องกลับหัวหินแล้ว
ถ้าเปนเมื่อก่อน ฉันคงได้โทรหาเธอ ได้บอกว่าฉันถึงหัวหิน ตอนไหน เวลาไหน กับกับใครบ้าง แต่ครั้งนี้ ฉันคงจะต้องทำใจแข็ง ไม่โทรหาเธอ.. ฉันต้องใช้ความพยายามอีกเท่าไหร่กัน เรื่องมันเยอะฉันนอนไม่หลับ ฉันนอนไม่หลับ .....มันเป็นเหมือนกับวันนั้น
ทุกครั้งที่มีเรื่องสะเทือยใจ ให้ต้องคิดต้องเครียดฉันก็จะนอนไม่หลับ
ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เทิ้มของฉันเค้าอยู่ที่ไหน กลับถึงห้องรึยัง
ฉันอยากโทรหาเทิ้มใจจะขาด ยิ่งเมื่อรู้ว่าฉันนอนไม่หลับแบบนี้ มันยิ่งแย่เข้าไปใหญ่
ฉันต่อเน็ทเพื่อเข้าไปปรับปรุงไฮไฟ้ เปลี่ยนเพลง เปลี่ยนบันทึกใหม่ ไม่ให้มันเศร้า
เพราะเรื่องของเรามันดีขึ้นแล้ว
แต่ดูเหมือนเธอไม่เข้าใจในเจตนาของฉัน
เธอยังคิดว่าฉันเข้า เพื่อคุยเอ็มกับเค้าคนนั้น
สิ่งที่ฉันทำไปก่อนหน้านี่ เลยสะดุดเข้า ความรู้สึกที่ยินดีกลับกลายเป็นหดหู่และท้อแท้
เธอ คิดอย่างนี้เหรอ
แล้วสิ่งที่ฉันทำไปละ
สิ่งที่ฉันเม้นไปละ
ไร้ค่าเหรอ
.............................................................................................
เธอลั่นวาจาว่าให้เราห่างกันซักพัก
ให้ฉันไม่ต้องโทรหาเธอ
ให้เธอได้อยู่คนเดียวได้คิดอะไรคนเดียว
แล้วเธอจะโทรมา
แค่เพียงเธอพูดสิ่งนั้น
หัวใจฉันก็แทบสลาย น้ำตาพรั่งพรู
ทำไมฉันต้องได้รับบทเรียนจากเธอที่แสนจะเจ็บปวดด้วย
ทั้งที่ฉัน "บริสุทธิใจ"
ทุกครั้งที่เราผิดใจกัน มันจะต้องเปนไอนีทุกทีเชียว
เท่าที่ฉันจำความได้
ฉันนะ ลืมความรู้สึกดีๆกันมันไปนานมากแล้ว
อะไรๆผ่านไปตั้งมากมาย คนหลายคนเข้ามาและออกไป
จนฉันพูดได้ว่า "ฉันลืม"
ฉันรู้สึกเสียใจทุกครั้ง ที่เธอเห็นมองฉันอย่างผิดๆมาตลอด
เธอไม่เข้าใจฉันเลย ต่อให้ฉันอธิบายยืดยาวขนาดไหน ดูเธอก็ยังไม่เข้าใจ
ฉันไม่ว่าเธอหรอกที่เธอ คิดระแวงฉันแบบนี้ เพราะฉันห้ามความคิดเธอไม่ได้
เพราะฉันเองก็ยังระแวงเธอ ซึ่งสิ่งนั้น เธอก็บอกว่าสิ่งที่ฉันคิดมันไม่มีทางเป็นไปได้เช่นกัน
คนเรามันห้ามไม่ให้คิดกันไม่ได้ ฉันเข้าใจ
แต่มันบั่นทอนจิตใจฉันมากเลย กับการที่เธอทำกับฉัน
ฉันต้องร้องไห้ฟูมฟายมาก
บางทีมันก็เหนื่อย มันก็ท้อ จนคิดว่าจะเลิกเสียด้วยซ้ำ
แต่มันได้แค่คิด แต่มันทำไม่ได้ ...รักเค้าเต็มอก แล้วจู่ๆจะทิ้งเค้าไปง่ายๆได้ยังไง กว่าจะรักกันได้ ใช้เวลายาวนานมากแค่ไหน
บางทีก็คิด " ลองเลิกดูดีไม๊ วันนึงที่เค้าเสียเราไปแล้ว แล้วมารู้ว่าที่จริงเเล้วเราไม่ได้เป็นอย่างที่เค้าคิด เค้าจะได้เสียใจ เสียดาย"
ไม่ดีแน่ กว่าเทิ้มจะรู้ นวลคงจะบ้าตายซะก่อน แฮะๆๆๆๆ
นั้นมันก็เป็นห้วงความคิดหนึ่ง ในคณะที่ยังนอนไม่หลับ ความคิดบ้าๆ
ตอนนนี้ฉันคงทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เฝ้ารอการกลับมาของเธอเท่านั้น
"หายไปไม่นานหรอก ยังไงเทิ้มก็ยังรักนวล"
.............................................................................................
พรุ่งนี้ฉันคงจะตื่นไม่ไหวแล้ว นี่ตีสองครึ่งแล้วฉันยังนอนไม่หลับ กลับเข้ามาเข้าเน็ทอีกครั้ง
เพื่อมานั่งเขียนบันทึกบ้าๆเนี่ยคนเดียว
สิ่งที่ฉันเขียนนี้ ไม่ได้จะกล่าวว่าร้ายเธอ เเต่ฉันแค่ระบายในสิ่งที่ฉันคิดออกมา
ขอเธอจงเข้าใจในตัวฉันในเร็ววัน
หวังว่ากาลเวลาที่เธอหายไป เธอจะคิดกันฉันในแง่ใหม่
รักฉันเหมือนที่ฉันรักเธอเช่นเดิม
.............................................................................................
ตอนนี้ชอบเพลง รักไม่ต้องการเวลาของ KLEAR มากกกกก ตั้งแต่วางสายจากเทิ้ม นวลก็นั่งฟังเพลงนี้เพลงเดียวมาตลอด
กี่สิบรอบแล้วก็จำไม่ได้
น่ารักจังเลย
ถ้าเธอได้ฟังเเล้วเธอจะชอบไม๊น๊า???
.............................................................................................
ส่วนเรื่องพิในวันนั้น ฉันเองก็รู้สึกแย่มาก
ไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไร
แก้แค้น หรือว่า อยากให้คุยเฉยๆเพื่อความสนุกสนาน
สนองความต้องการของพิ หรือ มาทำร้ายจิตใจฉันซ้ำ
ทั้งๆที่เธอก็รู้ ว่าตอนนั้นฉันกำลังรู้สึกแย่
เธอรู้ว่าฉันเคยระเเวงเรื่องพิ
หรือเธอลืมไปแล้ว
เธออ้างความเป็นเพื่อน
ฉันเข้าใจ
แต่เห็นเธอคุยอย่างสนุกสนาน มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกแย่หนักๆๆๆเข้าไปอีก
ฉันผิดไม๊ ถ้าฉันไม่ชอบแม่พิอะไรนั่น
ฉันไม่เข้าใจในเจตนา
จะมาซักกี่คนบนโลก ที่เป็นเพื่อนกันทางโลกอินเตอร์เน็ทแล้วยอมเสียเงินซื้อข้าวซื้อของให้กัน
ฉันว่ามันออกจะแปลกอยู่นะ
ไม่รู้สิ คงรู้สีกเหมือนที่เธอระแวงมั๊ง ฉันก็ไม่สบายใจเหมือนที่เธอไม่สบายใจ
เช้าวันต่อมา ฉันเข้าเน็ทอีกครั้ง แล้วฉันก็ยิ่งแย่กว่าเมื่อคืน
"ไฮไฟ้พิขึ้นหราไปอยู่บนท็อปเฟรนเธอ"
พร้อมคอมเม้นอีกหนึ่งคอมเม้น
ถ้าในฐานะคนที่ไม่ชอบ บวกกับ อาการแย่ๆ ฉันก็ยังรักษาระดับของตัวเองได้
โดยการพิมเอ็มที่ดี.....ใช่ไม๊
.............................................................................................
ฉันขอเว้าวอน ให้เรากลับมารักกันดังเดิม
March 12 งึมงำๆขี้แง.....อะไรนิดอะไรหน่อยก็เอาแต่ร้องไห้
ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
เมื่อก่อนมันก็ไม่ใช่เเบบนี้
เด็วนี้อะไรสะเทือนใจหน่อย
น้ำตาก็ล่วงเผละๆ
ร้องกันตาบวม T.T
ไม่ได้สำออย แต่เวลาไหลแล้วมันหยุดไม่ได้
......................................................
ปิดเทอมปีนี้ ได้อยู๋บ้านแป๊บเดียวเอง
เด็วก็ใกล้จะเปิดเทอมแล้วละ
ปีสอง เทอมสาม
แก่เข้าไปทุกทีๆ
วันนี้เมื่อปีที่แล้ว....ฉันก็จำได้ดี (รอ)
วันนี้เมื่อปีนี้....มันช่างน่าเบื่อจริงๆ
วันนี้ปีหน้าสิ.......ฉันจะอยู่ส่วนไหนของประเทศไทยนะ
เรียนจบ ฝึกงาน ...ก็จะไม่มีคำว่าปิดเทอมซะแล้ว
วันๆไม่ทำอะไร
ตื่นสายๆ นอนดูทีวี มีเน็ทก็เล่นเน็ทไป เย็นๆทำงานบ้าน ห้าโมงครึ่งไปสนามกีฬา
สนามกีฬาหนุ่มเยอะ ไอที่เยอะๆ ก็มีแต่แก่ๆ เกษียณอายุเเล้วทั้งนั้น ฮ่าๆ เซ็งเนอะ
แต่มันก็ดีกว่าอยู่บ้าน น่าเบื่อกว่า
อากาศร้อนมาก ตับแล่บ ไม่อยากจะออกจากบ้านให้อวัยวะส่วนไหนโดนแดดเลียแม้แต่น้อย
กัวดำ
เห็นฝรั่งนอนอาบแดดกันเป็นว่าเล่น
คนไทยวิ่งหลบแดดกันจ้าละหวั่น
มนุษย์ช่างเอาใจยากเสียจริง
........................................................................
อำลาอาลัยให้กับฮิม ที่ไปอเมกาซะแล้ว
ยังไม่ทันได้บอกลาเลย
กว่าจะนึกได้ก็ปาไปวันพะหัดแล้ว
ป่านนี้นอนเจี๊ยวหดอยู่อเมกาแล้วละม๊างเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆ
กลับมาไวๆละกัน หอบเงินถุงเงินถังกลับไทย
รักและคิดถึง
........................................................................
ฉันรู้แล้ว ว่าไม่มีเธอเข้ามาอ่าน ฉันรู้แล้วละ
March 10 อะดูดวันนี้ คืนวันที่ 10 แล้วสินะ
วันเวลามันช่างผ่านไปไวเหลือเกิน ฉันยังจำได้ วันนี้เมื่อปีพี่แล้ว ฉันก็ยังนอนร้อนเหงื่อแตกอยู่สระบุรี บ้านหลังเก่า ตามลำพัง(เสธกะหม่อมไปทำงาน) 11 มีนา ฉันก็จำวันนั้นได้ดีเช่นกัน... คนเรานี้ คิดให้ดีช่างหน้าขำ อยากลืมกลับจำอยากจำกลับลืม
เมื่อวันก่อนได้ไปดูหนัง ความจำสั้น แต่รักฉันยาว หนังเค้าดีจริง พระเอก เป้เสลอก็หล่อโคตร ถูกจายๆ หนังเรียบง่าย แต่เริศ ไม่ชอบญารินดา (นางเอก) อคติ แต่ไม่ได้เกลียด 12 มีนา วันเกิดพี่ชาย ปีนี้กินพิซซ่าละกัน กำลังมีโปรซื้อถาดแถมถาดพอดีเลย ฮ่าๆๆๆ
เมื่อคืนคุยเอ็มกะพี่เเบ้งซะยืดยาว คุยเอ็มกะพี่เเบ้ง เรื่องไอแบ้ง และคุยเอ็มกะไอแบ้งอีกแบ้ง
ว่าไปคนชื่อแบ้งมันเยอะจังละ สับสนๆ ฮ่าๆๆๆ (ไม่มีแบ้งหระรีนะเทิ้มนะ ฮ่าๆ) ..................................
ไม่เข้าใจ ทำไมเวลาไปบ้านเทิ้ม เราต้องทะเลาะกันทุกที เป็นคำถามที่ ตอบได้ยาก ฉานเองก็แย่ อันที่จริงมันอาจจะเป็นเพราะฉันจริงๆก็ได้ ที่คิดแต่แง่ลบ
...บางทีมันรู้สึกแย่ที่เห็นส่วนไหนๆก็มีแต่ชื่อ "Orange" แม้กระทั่งประตูหน้าห้อง... ...มันรู้สึกแย่ ที่ได้ยินเพื่อนเทิ้มพูดว่า ฉันคือคนที่มาแทนที่เค้า... อะไรๆมันก็แย่ไปหมด ฉันทำตัวแย่ แย่จนเทิ้มพูดคำนั้นออกมาจากปาก "เราเลิกกันเถอะ บิ๊กเหนื่อย"
ฉันได้ยินถึงกับอึ้ง เธอเหนื่อยกับฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันจำได้ว่า มีครั้งนึงที่ฉานพูดให้เราเลิกกัน ฉันพูดพล่อยๆออกมา แล้วเธอก็บอกว่า "ถ้าพูดมันออกมาแล้ว มันก็จะมีครั้งต่อๆไป คราวหลังคิดให้ดีก่อน คิดสิว่าเราเคยมีความสุข ผ่านอะไรมาบ้าง" แต่ในวันนั้นเธอคงจะลืมสิ่งที่เธอเคยพูด ฉันนอนร้องไห้ทั้งคืน
ข้าวเย็นไม่ได้กิน ตอนดึก ฉันปวดท้องมาก ไม่รู้ทำไม มากจนตื่นขึ้นมาร้องไห้อีกครั้ง ฉันเรียกเธอ ฟูมฟาย ว่าปวดท้องมาก เเต่เธอนอนหลับ เธอไม่รู้อะไรเลย T.T ร้องไห้จนเหนื่อย แล้วหลับไป เธอกลับลาดกระบัง
เธอเจอสิ่งที่ฉันทำไว้ให้เธอก่อนกลับสระบุรี "ฉันรู้ว่าเธอต้องยิ้ม" กระดาษจดหมายเล็กๆที่ถูกแอบซ่อนไว้ตามที่ต่างๆ ตัวหนีบผ้า หน้ากระจกในห้องน้ำ ในกระเป๋าเสื้อ ข้าง PSP ในหม้อหุงข้าว ในที่รองรีดผ้า หลังคอกีต้า อันที่จริง มันมีอีกอันที่เธอยังหาไม่เจอ และฉันก็ไม่ได้เฉลยว่ามันมีอีกอัน ...อันสุดท้าย ที่เธอยังไม่เจอมันถูกซ่อนอยู๋ในกระเป่ายาสามัญ... เธอเป็นโรคกระเพาะ เธอชอบปวดท้อง ถ้าเธอกินยา เธอก็จะเจอมัน เธอจะได้รู้ว่าฉันเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน ฉันดีจัยที่เธอชอบ "ถ้าวันนั้นเราเลิกกัน บิ๊กคงเสียใจมาก ที่กลับมาเเล้วเจอที่นวลให้" เทิ้มพูด ต่างคนต่างพูดคำนั้นไปคนละครั้งแล้ว
ถ้าต่อไปมันมีครั้งหน้า ฉันไม่รู้จะไงเลย เราจะยังมีกันเหมือนเดิมหรือเปล่า December 16 อินวลของไอเทิ้มมีช่วงนึง ที่เราสองคนต่างไม่สนใจกันและกัน
เธอเล่นเกมส์ ฉันก็เหนื่อยหน่าย
จนบางครั้งคิดไปเองว่าเธอไม่รักฉันแล้ว
ขอบคุณวันนั้นที่ทำให้เรามาพบกัน
ขอบคุณช่วงเวลาที่ไม่มาก
ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าเธอรักฉันมากแค่ไหน
ขอบคุณจริงๆ
ความสุขเกิดขึ้นดันแทรกความทดท้อใจ
แต่ความสำนึกผิดในบางการกระทำ ดันแทรกความสุขขึ้นมาในบางครั้ง
จะให้บอกยังไงว่าระหว่างนั้น นวลคุยกับคนอื่นด้วย นวลไม่ได้คุยกับเทิ้ม แต่นวลไปคุยกับคนอื่น..นวลรู้สึกผิดแล้ว
อันที่จริง นวลก็เป็นของนวลอย่างนั้นแหละ เที่ยวคุยกับคนอื่นไปทั่ว ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ได้คิดอะไรกับคนอื่น
แต่มันความรู้สึก "แก้เหงา" มั๊ง
ถ้าจะให้นวลมีคนอื่นคงเป็นไปไม่ได้ นวลบอกกับคนที่คุยทุกคน ว่านวลมีเทิ้มแล้ว
ถึงอย่างนั้น นวลก็ผิดอยู่ดี
หลายคำพูดของเทิ้มมันทำให้นวลคิดได้
" ทำไมมือถือไม่เห็นมีอะไรเกี่ยวกับเทิ้ม"....นวลก็ตั้งชื่อรูปแบบให้แล้วนะ
" ลบข้อความในมือถือบ้างรึเป่า (ที่คนอื่นส่งมา)...ลบ แต่นวลไม่กล้าบอก
" จำช่วงที่เราทุกข์และสุขด้วยกันไว้ เอาไว้คิดเวลาที่เรารู้สึกแย่ๆด้วยกันทั้งคู่"....อันนี้แหละสำคัญนัก
วันนั้นมันหนาวเนอะ ต่างคนก็ต่างแต่งตัวประหลาดๆ ก็อากาศมันเย็นแต่ทำไมเทิ้มต้องแต่ซะอย่างกับว่าอยู่เชียงใหม่ด้วยละ
ฮ่าๆๆๆ
ชุดอย่างกะจะไปตัดอ้อย นี่ถ้ามีห่อข้าวนี่ใช่เลยนะเนี่ย
เห็นเทิ้มยิ้มให้นวล นวลก็ดีจัยแล้ว
เฮ้ออออ รักเทิ้มจัง
..........................................
หายไปนานกับอินเตอร์เน็ท หนีไปทำดั้งมาฮ่าๆๆ
ใครจะว่าไงก็ช่างเถอะ สำหรับฉาน การศัลยกรรมมันเป็นเรื่องธรรมดาว่ะ
กูแล้วกูพอใจกะของๆกุ ทำแล้วสวย กุชอบ แฟนชอบ พ่อแม่ไม่ว่า คนอื่นชมเชย กุก็พอใจแล้ว
ทำแล้ว "แฟนรักแฟนหลง" อันนี้ถ้าจะจริง
ทำไม หลังจากวันนั้น ดูรักกันจัง
หลงเสน่ห์สวยดั้งโด่งอะดิไอเทิ้มเอ้ย ฮ่าๆๆๆๆ
October 20 พร่ำเพ้อ"วันๆไม่ทำอะไร เล่นแม่งแต่เน็ท ถ้ามาแล้วเป็นแบบนี้ วันหลังไม่ต้องกลับบ้านเลยนะ" หม่อมติ๋ว ประโยคที่ได้ยินเป็นร้อยๆครั้งต่อวัน เฮ้อออ กจะให้ทำอะไรละว๊า ก็มันไม่มีไรทำนี่หน่า จะดูทอทัศน์ แม่ก็เปิดแต่พันธมิตร ขอดูช่องแม่ก็บอกว่า ดูแต่เพลงเนี่ยไร้สาระ ... พอหนีไปฟังเพลงในโน๊ตบุ๊ค ก็หาว่ากุเปิดเล่นเน็ท เฮอออ หม่อม เอาใจหม่อมเนี่ย ยากจริงๆเล๊ยยยยยยยยย
แต่พักนี้เราก็เป็นลูกที่ใช้ไม่ได้จริงๆแหละ มีเรื่องให้แม่เสียตังบ่อย อยากแต่จะด้โน่นได้นี่ แม่เดือนหน้าเอาเหล็กออก หมื่นนึงนะแม่!! แม่อยากเสริมดั้ง หมอสุเชาว์ แม่ แปดพันนะเเม่นะ!! แม่ครีมหมดอ่ะ กันแดดก็หมด แปดร้อยนะ!! แม่อีกสองเดือนจ่ายค่าเทอมนะ 22600 ค่าหออีกนะแม่ เก้าพันสอง!! แม่ อยากได้โน่น อยากได้นี่ อันนั้นด้วย ลูกเลว!! อยากแต่จะได้ แต่ไม่เคยช่วยเหลือแม่ ทำไรให้แม่สบายใจเล๊ย เฮ้ออออ แม่สั่งให้ซักผ้าก็ไม่ทำ ...หนีไปเที่ยวกะหนุ่ม พึมพำๆๆ จบ
วันนี้ตื่นสาย กะตื่นสิบโมง ล่อซะสิบเอ็ด อาบน้ำแต่งตัว ไปทำฟัน บ่ายสอง!! พ่อมารับ ... กุรีบตื่นไมว่ะเนี่ย หมอนัดบ่ายสองครึ่ง กว่าจะได้ทำ บ่ายสาม รอเหงือกแห้งเลย เข้าไปหมอก็ด่าๆ ว่าๆ ว่าไม่ค่อยมาตามนัด โธ่หมอ นู๋เรียนตั้งหัวหินนะ ติดเรียน จะกลับมาได้ไง วันเสาร วันอาทิตย์คิวก็ไม่มี ไม่เข้าจายกันบ้างเลย ครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนยางครั้งสุดท้ายแล้ว สุดท้ายของชีวิต สีที่เลือก คือสีที่เราชอบมากที่สุด "สีเขียว" สีที่หม่อมติ๋วเคยบอกไว้ว่า กินกุ้นช่ายแล้วติดฟันเหรอ...กุอยากร้องไห้ ทำฟันเสร็จนั่งฟังผู้ช่วยหมออธิบายค่าใช้จ่าย วันเอาเหล็กออก มีรีเทนเนอร์สองแบบนะค่ะ แบบใส ใส่แล้วมองไม่เห็น สามพัน กับแบบลวด สี่พัน เลือกได้ค่ะว่าเอาแบบไหน ค่าขูดหินปูน สี่ถึงหกพันนะค่ะ ฟอกฟัน หกพัน ถ้าฟอกฟันวันนั้น ฟรีค่าขูดหินปูนค่า คิดแล้วเหงื่อตกกีบ นัดคราวหน้าหมอขอนัดนะ ห้ามเบี้ยวนะ....หมอนัดให้วันจันที่ 17 เดือนหน้า หมอ นี่หมอไม่เข้าจัยไรใช่เป่า กุเรียนหนังสือ แล้วอยู๋ตั้งหัวหิน กุมาไงเนี่ย คิดแล้วกลุ้ม มาให้หมอด่า แล้วเสียพันนึงชัดๆเลยวันนี้
October 19 ON ToURวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2551 วันเสาร์เพิ่งโทรมา "เพิ่งตื่น" ...อีนวลก็เซ็งค่ะ วันอาทิตย์เลยชดเชยกันไป นัดเจอกัน เก้าโมงเช้า ระหว่างรอ ก็Take PhoTO!!
วันนี้ ตื่นเเต่เช้าตรู่ ไปทำบุญวัดสะตือกับพ่อ แม่ และญาติๆ วันนี้วันอาทิตย์ คนเยอะมากกกกกก และมาร์ก็ง่วงมากกก เพราะเมื่อคืนนอนดึกมากกกกกก มัวนั่งเล่นเน็ท ฮ่าๆ สมควร!! ตาลอยๆ นั่งไหว้พระ
หม่อมติ๋วก็ช๊อปปิ้งกระจาย ซื้อขนมให้เยอะแยะเลย ไหว้พระ ซื้อของแล้วก็ไปดูปลาที่ท่าน้ำ แต่อากาศร้อนไปหน่อย
น่าเศร้าเนอะ ที่สถานที่บางสถานที่ทำให้เราฝังใจกับเรื่องร้ายๆในครั้งก่อน ทุกฉากทุกตอน ที่เหยียบย่างไป "สะเทือนใจ" อย่างแรง September 30 อะไรของมันว่ะ"สุดที่รัก" จะฟังเพราะ มันต้องมีคนร้องที่เราชอบ
ไม่ใช่สักแต่ว่าจะแหกปากร้องกันปาวๆ
"ผีดิบ" เค้าบอกกันว่า เธอเป็นผีดิบ
เธอไม่มีหัวใจ ... ท่าจะจริง |
|
|